ตามล่าใบไม้เปลี่ยนสี ตอนที่ 3 – คาวาคุจิโกะ

Image00146วันนี้เราต้องย้ายไปนอนกันที่คาวาคุจิโกะ เลยต้องพึ่งรถไฟชินคันเซ็นอีกครั้ง ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 30 นาที เพื่อไปยังสถานี Shin-Yokohama แล้วนั่งรถไฟธรรมดาต่อไปยังสถานี Otsuki แล้วต่อรถไฟ Fujikyu ก็จะถึงสถานี Kawaguchiko อันเป็นสถานีปลายทางที่เราจะไปเช็คอินโรงแรมวันนี้ ส่วนเรื่องเที่ยวไม่ต้องพูดถึง เพราะมันหมดเวลาไปกับการนั่งรถข้ามเมืองนี่แหละ ฮ่าๆ

ขณะนั่งรถไฟชินคันเซ็นจากสถานี Shin-Osaka ไปยังสถานี Shin-Yokohama พวกผมได้เห็นภูเขาฟูจิตั้งเด่นงดงามรอต้อนรับอยู่ ท้องฟ้าสดใส อากาศเย็นสบาย ช่างมีความสุขจริงๆ นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผมได้เจอกับฟูจิซัง หวังว่าตอนที่อยู่ที่คาวาคุจิโกะจะได้เห็นเต็มตากว่านี้ เอาล่ะ.. รอลุ้นกันนะคร้าบ

Image00125

ฟูจิซังโผล่มาต้อนรับพวกผมระหว่างนั่งรถไฟชินคันเซ็นไปยังสถานี Shin-Yokohama

เมื่อถึงสถานี Shin-Yokohama เราก็นั่งรถไฟต่ออีก 2 ขบวนไปยังสถานี Otsuki มีเรื่องระทึกอีกแล้วเพราะรถไฟหลายสายดีเลย์เนื่องจากมีเหตุแผ่นดินไหวทำให้รางรถไฟชำรุดและต้องหยุดวิ่งไปหลายสาย และกระทบมายังขบวนที่ผมต้องเดินทางด้วย แต่โชคดีที่พวกผมเจอดีเลย์แค่ 30 นาที เพราะได้คุยกับคนไทยด้วยกันซึ่งเดินทางมาจากโตเกียวเจอดีเลย์ไปหลายชั่วโมงเลย

ตอนนี้ก็เวลา 15.30 น. ที่สถานี Otsuki อีกขบวนเดียวเท่านั้น และตั้งแต่สถานีนี้ไปไม่สามารถใช้ JR Pass เบ่งขึ้นรถไฟได้แล้วนะครับ เตรียมเงินจ่ายค่ารถไฟ Fujikyu Railway อีกคนละ 1,140 เยน แล้วนั่งสุดสายไปลงสถานี Kawaguchiko อีก 1 ชั่วโมงเท่านั้นก็จะถึงแล้วครับ

Image00126

รถไฟ Fujikyu Railway แบบจอดทุกสถานี

ในที่สุดก็มาถึงสถานี Kawaguchiko สักที อากาศหนาวกว่าที่คาดไว้มาก ท้องฟ้าก็มืดเร็วด้วย พวกผมรีบเดินจากสถานีไปยังที่พักที่จองจาก AirBNB ไว้ ห่างจากสถานีรถไฟ Kawaguchiko เพียง 1 กิโลเมตร ก็เลยเลือกเดินลากกระเป๋ากันไปเรื่อยๆ เมื่อถึงที่พักก็ต้องตะลึงกับความสวยงาม นี่มันบ้านคนญี่ปุ่นจริงๆ เลยนี่นา เหมือนกำลังอยู่ในบ้านของโนบิตะเลยครับ ที่พักนี้ชื่อว่า Fujitrip แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว 1 ห้องน้ำ ใกล้ที่พักมีแฟมิลี่มาร์ทด้วยครับ

Image00131

Fujitrip คาวาคุจิโกะ

Image00130

Fujitrip คาวาคุจิโกะ

เมื่อเก็บข้าวของเรียบร้อยเราก็ออกไปหาอะไรทานเป็นมื้อเย็นกัน และที่สำคัญจะต้องหาร้านเช่าจักรยานสำหรับปั่นเที่ยวรอบทะเลสาบคาวาคุจิโกะในวันพรุ่งนี้ด้วย พวกผมไปเจออยู่ร้านนึงใกล้สถานีรถไฟ คุยกันเบ็ดเสร็จขอเช่าเหมา 24 ชั่วโมง ราคา 2,500 เยน/คัน จักรยานที่ได้เป็นจักรยานไฟฟ้าซึ่งขอบอกว่าช่วยทุ่นแรงของพวกผมได้มาก ออกแรงปั่นเบาๆ นิดเดียวก็พุ่งฉิว ทำให้การขี่จักรยานรอบทะเลสาบเป็นเรื่องง่ายไปเลยครับ เอาล่ะ.. นัดแนะเจ้าของร้านเรียบร้อยให้เตรียมไว้เลยพรุ่งนี้ 6 คัน สบายใจแล้วก็ไปหาอะไรกินกันแล้วก็รีบกลับไปนอนพักเอาแรง

Image00135

อุณหภูมิเช้านี้ 9 องศา

เช้าวันรุ่งขึ้นแทบไม่อยากสลัดตัวออกจากผ้าห่ม อากาศตอนนี้ 9 องศา หนาวขึ้นอีกแล้วครับ ไหนใครบอกว่าช่วงนี้จะไม่ต่ำกว่า 10 องศาไง นั่นก็เพราะช่วงที่ผมไปสภาพอากาศแปรปรวนทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงเร็วมาก โชคดีที่พวกผมพกเสื้อโค้ทกับเสื้อขนเป็ดไปด้วย จึงทำให้ยังสามารถลุยเที่ยวต่อไปได้ ไม่งั้นคงได้นั่งกอดฮีตเตอร์ที่ห้องไม่ได้ออกไปไหนแน่ๆ

จุดหมายแรกก็คือการปั่นจักรยานไปดูฟูจิน้อย ซึ่งจากฟูจิน้อยสามารถเห็นฟูจิซังได้เต็มตาด้วยครับ แต่โชคไม่ดีที่วันนี้ฟูจิซังขี้อายโผล่มาแป๊บเดียวก็หายไปเลยตลอดทั้งวัน เอาน่า.. ไม่เป็นไรนะ ใบไม้เปลี่ยนสียังรอเราอยู่ ว่าแล้วก็ตามมาชมกันครับ

Image00137

ฟูจิน้อย คาวาคุจิโกะ

Image00157

จักรยานคู่ใจทั้ง 6 คัน ของพวกผม

ใบไม้เปลี่ยนสีที่ 6 – เมเปิ้ล คอริดอร์ (Maple Corridor)

ทางเดินสายเมเปิ้ล เป็นจุดชมใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในแถบภูเขาฟูจิ ใบไม้ที่ร่วงจะลงมากองที่พื้นเหมือนปูพรมไว้อย่างสวยงาม และถ้าใครมาตรงกับวันที่ 1-23 พ.ย. จะมีการประดับไฟเพื่อชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีในยามค่ำคืนอีกด้วยครับ พวกผมถ่ายรูปกันเพลินเลยทีเดียว คือมันสวยงามมากจนอยากอยู่ที่นี่ทั้งวัน

Image00146

เมเปิ้ล คอริดอร์ คาวาคุจิโกะ

Image00147

เมเปิ้ล คอริดอร์ คาวาคุจิโกะ

Image00144

เมเปิ้ล คอริดอร์ คาวาคุจิโกะ

ใบไม้เปลี่ยนสีที่ 7 – ทะเลสาบคาวาคุจิโกะ (Kawakuchiko Lake)

การจะชมใบไม้เปลี่ยนสีรอบทะเลสาบคาวาคุจิโกะได้ดีและประหยัดที่สุดคือการขี่จักรยาน เพราะเราสามารถแวะจุดไหนก็ได้ เห็นใบไม้เปลี่ยนสีตรงไหนสวยก็จอด ยืนยันว่าใบไม้เปลี่ยนสีรอบทะเลสาบคาวาคุจิโกะสวยงามมากจริงๆ และจักรยานไฟฟ้าช่วยทุ่นแรงพวกผมไปได้มาก ทำให้การปั่นรอบทะเลสาบคาวาคุจิโกะเป็นเรื่องง่ายไม่เหนื่อยเลย แถมยังบ้าพลังปั่นกันไปถึงทะเลสาบไซโกะด้วยครับ อย่ารอช้าขี่จักรยานตามมาชมกันเลยครับ

Image00156

ปั่นจักรยานรอบทะเลสาบคาวาคุจิโกะ

Image00155

ปั่นจักรยานรอบทะเลสาบคาวาคุจิโกะ

Image00158

ปั่นจักรยานรอบทะเลสาบคาวาคุจิโกะ

Image00141

ใบไม้เปลี่ยนสี คาวาคุจิโกะ

Image00166

ทะเลสาบไซโกะ

พวกเราหยุดพักกันที่ร้านขนมหวานตรงทะเลสาบไซโกะ อุณหภูมิลดต่ำจนเหลือ 4 องศา หนาวมากจนเสื้อโค้ทเริ่มเอาไม่อยู่ต้องรีบปั่นจักรยานกลับที่พัก แค่เปิดประตูเข้าห้องไปได้ความมีชีวิตชีวาก็กลับมาอีกครั้งเมื่อได้รับไออุ่นจากฮีตเตอร์ พวกผมรีบเคลียร์ตัวเองแล้วก็มาประเมินสถานการณ์กัน ตอนนี้อุณหภูมิลดต่ำลงเหลือ 2 องศา มันหนาวเกินกว่าที่จะปั่นจักรยานไปชมเทศกาลประดับไฟตอนกลางคืนที่เมเปิ้ลคอริดอร์ได้ ก็เลยตัดสินใจนำจักรยานไปคืนดีกว่า เพราะการปั่นจักรยานมันหนาวกว่าตอนเดินมากๆ เนื่องด้วยจะมีลมมาปะทะทั่วร่างกายเต็มๆ เสื้อผ้าก็ไม่พร้อมรับมือความหนาว และต้องขี่จักรยานท่ามกลางความมืดถึง 30 นาที แค่คิดก็ขนลุกไปทั้งตัว ฮ่าๆ

พอเอาจักรยานไปคืนเสร็จ เราก็แวะกันที่ร้านแฟมิลี่มาร์ท ซื้อเนื้อหมู ไก่ แฮม ผักต่างๆ น้ำซุป น้ำจิ้ม กลับไปยังที่พัก อย่างที่เพื่อนๆ คิดนั่นล่ะครับ มื้อนี้พวกผมจะทำชาบูทานกันเอง อุปกรณ์นะเหรอที่พักมีไว้ให้ครบรวมไปถึงแก๊สกระป๋อง ทำให้มื้อนี้เป็นมื้อที่สนุกและประทับใจมาก ทุกคนช่วยกันทำคนละไม้คนละมือจนสำเร็จเป็นชาบูแสนอร่อย ความหนาวของอากาศบรรเทาลงเพราะชาบูร้อนๆ ที่พวกเราต้องแย่งกันกิน ฮ่าๆ

Image00169

ชาบูทำกันเอง โดยใช้อุปกรณ์ของที่พักทั้งหมด

Image00170

ชาบูทำกินเอง ฟูจิทริป

อิ่มแล้วก็เก็บล้างจานชามคืนที่เดิม นอนหลับกันเป็นตายอีกวัน ฮีตเตอร์ต้องคอยเปิดทุกๆ 2 ชั่วโมง ปิด 1 ชั่วโมง (ไม่แนะนำให้เปิดติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะเราจะสูดไอระเหยของน้ำมันเข้าไประหว่างนอนหลับ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ) ส่วนอุณหภูมิก็ยังลดต่ำลงเรื่อยๆ จนในที่สุดเช้าวันใหม่ก็มาถึง ผมได้ยินเสียงแกรกๆ กระทบที่กระจกหน้าต่าง พอเปิดประตูกระดาษออกไปดูเท่านั้นก็ต้องตะลึงทั้งแปลกใจปนประทับใจ เพราะว่าสิ่งที่ผมเห็นมันคือหิมะขาวโพลนเต็มไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่หิมะ นี่อากาศแปรปรวนจนอุณหภูมิติดลบไปแล้วหรือนี่ ไม่รอช้ารีบคว้ากล้องออกไปย่ำหิมะเล่นทันที สมาชิกคนอื่นที่เห็นผมกระตือรื้อร้นก็รีบออกไปดู แต่ก็ต้องวิ่งกลับเข้ามาแต่งตัวแล้วรีบตามออกไปอีกที ทุกคนต่างประทับใจมากๆ ทริปนี้เจอทั้งฝน ทั้งใบไม้เปลี่ยนสี และหิมะ มาครั้งเดียวแต่ได้ครบ 3 ฤดู ฮ่าๆ จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันเนี่ย ฟิน..

Image00173

หิมะแรก ที่คาวาคุจิโกะ

Image00172

หิมะแรก ที่คาวาคุจิโกะ

Image00179

หิมะแรก ที่คาวาคุจิโกะ

Image00180

อุณหภูมิ -1 องศา คาวาคุจิโกะ

เมื่อหิมะตกแบบนี้ การชมใบไม้เปลี่ยนสีก็ต้องจบไปโดยปริยายซึ่งก็ตรงกับแพลนที่วางไว้เป๊ะๆ แต่ความลำบากมาเยือนแล้วเพราะวันนี้เราต้องเดินลุยหิมะพร้อมกระเป๋าใบใหญ่เป็นระยะทาง 1 กิโลเมตรไปยังสถานีรถไฟ Kawaguchiko เพื่อย้ายไปพักกันที่ชินจูกุ เนื่องจากหิมะตกแบบนี้ถึงอยู่ไปก็ได้แต่นั่งๆ นอนๆ ไม่ได้ออกไปไหนแน่ๆ (แนะนำสำหรับคนที่ต้องการมาเที่ยวคาวาคุจิโกะ การพักที่ชินจูกุจะทำให้เรานั่งรถไฟและรถบัสมาได้สะดวกที่สุด)

Image00181

รถไฟโทมัสแอนด์เฟรนด์ พาพวกผมกลับไปยังสถานี Otsuki

เมื่อถึงสถานี Kawaguchiko ก็เห็นคนที่เพิ่งเดินทางมาออกันเต็มไปหมดดูวุ่นวาย อาจจะเพราะทั้งรถบัสหรือรถตู้หยุดวิ่งกันพอสมควร คันไหนที่วิ่งได้ก็ต้องเอาโซ่มาพันที่ล้อเอาไว้ดูทุลักทุเล พวกผมขึ้นรถไฟโทมัสลุยหิมะต่ออีก 1 ชั่วโมงก็ถึงสถานี Otsuki แล้วก็ต่อรถไฟ Express อีกขบวนยิงยาวจนไปถึงสถานีชินจูกุ แวะทานอาหารกลางวันที่ The Old Station อยู่ในห้างที่ติดกับสถานี JR Shinjuku เลย อิ่มอร่อยมาก ชอบที่สุดก็ชุดสเต๊กราคาประหยัด และยังมีน้ำแอบเปิ้ล น้ำส้ม ชา กาแฟ ดื่มไม่อั้นอีกด้วย

Image00188

The Old Station Beer & Grill ที่ชินจูกุ

Image00185

สเต๊กไก่ จริงๆ แล้วร้านนี้มีแต่เนื้อวัว แต่ผมไม่กินเนื้อวัวเขาจึงสรรหาไก่มาให้ น่ารักมากๆ

Image00183

ข้าวหน้าเนื้อย่าง หน้าตาดูไม่เหมือนขาวหน้าเนื้อที่อื่นๆ

เมื่ออิ่มแล้วก็ลากกระเป๋ากันไปยังที่พักต่อ โชคดีที่หิมะละลายหมดแล้วทำให้ลากกระเป๋าได้สบายๆ พวกผมจองที่พักที่ชินจูกุผ่าน AirBNB เหมือนเดิม ห้องพักแบ่งเป็น 2 ห้องนอน 1 ห้องอาหาร 1 ห้องน้ำ เป็นห้องพักที่เล็กที่สุดในทริปนี้ แต่ถ้าเทียบกับทำเลก็ถือว่าดีที่สุดเช่นกัน

Image00189

ที่พักชินจูกุ

Image00190

ห้องครัว ห้องอาหาร ที่พักชินจูกุ

Image00191

ห้องนอนใหญ่ นอนได้ 4 คน ที่พักชินจูกุ

เมื่อเคลียร์กระเป๋า ล้างหน้าล้างตา และพักผ่อนกันเรียบร้อย พวกผมก็พร้อมจะไปช้อปปิ้งกันที่ถนนคนเดิน นากาโน่ บอร์ดเวย์ ตามมากันเลยคร้าบ

นากาโน่ บอร์ดเวย์ (Nakano Broadway)

ถนนคนเดินที่รวมแบรนด์เนมต่างๆ ไว้มากมาย ใครที่ชอบช้อปปิ้งต้องไม่พลาด ยิ่งถ้ามาทางสายอนิเมะ มังงะ โอตาคุ แล้วล่ะก็สามารถโดนสูบเงินออกจากกระเป๋าได้อย่างไม่รู้ตัว พวกผมนี่ตาลุกวาวได้ของกันมาคนละ 2-3 ชิ้น ยิ่งเดินก็ยิ่งเพลินจนลืมเวลากินข้าวเย็นจนต้องรีบพุ่งเข้าร้านซาซิมิ ทั้งช้อปปิ้ง ทั้งอิ่มอร่อย ฟินกันได้อีก

Image00196

นากาโน่ บอร์ดเวย์

Image00198

ร้านรองเท้า ABC-Mart ที่นากาโน่ บอร์ดเวย์

Image00203

ข้าวหน้าปลาไหล ซาซิมิ

Image00202

ข้าวหน้าซาซิมิ

เมื่อช้อปปิ้งกันจนหนำใจก็เดินทางกลับที่พักเพื่อเก็บแรงเอาไว้ ซึ่งพรุ่งนี้เราจะต้องลุ้นพยากรณ์อากาศว่าท้องฟ้าจะสดใสหรือไม่ เพราะมันคือวันสุดท้ายจริงๆ ที่เราจะได้ไปชมฟูจิซัง เพื่อนๆ ช่วยลุ้นและเป็นกำลังใจให้พวกผมด้วยนะคร้าบ

ติดตามตอนที่ 4 ต่อที่นี่ ได้เลยครับ
ตามล่าใบไม้เปลี่ยนสี ตอนที่ 4 – โอฮาโย ฟูจิซัง

อัลบั้มรูป

 

Facebook Comments

You may also like...

0 Shares
Share
Tweet
+1
Pin