ฮ่องกง มาเก๊า อากาศดี เที่ยวง่าย สบายกระเป๋า

Image00063เนื่องด้วยเพื่อนคนสวยของผมต้องการไปฮ่องกงเพื่อไปตามหาหัวใจที่นี่ ทำให้ทริปนี้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว มีข้อจำกัดหลายอย่างเช่น ลางานได้แค่ 2 วัน ต้องไปช่วงอากาศเย็นๆ ได้ไปทั้งฮ่องกง มาเก๊า ขอ 1 วันสำหรับสวนสนุก Ocean Park และ 1 วันสำหรับทริปขอพรไหว้พระ ต้องไปขึ้นกระเช้านองปิง มีเวลาให้ช็อปปิ้งกับผู้ชายที่มาหาสัก 1-2 ชั่วโมง ที่สำคัญงบต้องไม่เกิน 12,000 บาท ฮ่าๆๆ … มันเป็นโจทย์ที่ยอดมาก แต่เราทำได้ไม่งั้นทริปนี้คงไม่ได้มาเขียนรีวิว ในที่สุดเราก็ได้สมาชิกสำหรับทริปนี้ 4 คน กับตั๋วเครื่องบินไปกลับมาเก๊า ราคาโปรคนละ 2,115 บาท เดินทางคาบเกี่ยวในช่วงวันพ่อแห่งชาติ ลางานแค่ 2 วัน และเป็นช่วงที่ฮ่องกงอากาศกำลังเย็นสบาย 16-20 องศา ส่วนมาเก๊าหนาวนิดๆ 14-18 องศา ใส่เสื้อหนาวบางๆ ซ้อนทับเป็นเลเยอร์กำลังดูดีเลยครับ

แพลนทริป

วันที่ 1 บินไปสนามบินมาเก๊า / นั่งเรือเฟอร์รี่ไปฮ่องกง / เที่ยวย่านมงก๊ก จิมซาจุ่ย
วันที่ 2 สวนสนุก Ocean Park / ชมหาดรีพัลส์เบย์ / ไหว้เจ้าแม่กวนอิม / ชมวิว Victoria Peak
วันที่ 3 ไหว้พระ ย่านเกาลูน / ช็อปปิ้งและเดินชมแสงสี ย่านจิมซาจุ่ย
วันที่ 4 นั่งกระเช้าสักการะพระใหญ่ / นั่งเรือเฟอร์รี่กลับมาเก๊า / ซากโบสถ์เซนต์ปอล / จตุรัสเซนาโด / แสงไฟคาสิโน
วันที่ 5 ไหว้พระวัดอาม่า / The Venetian คาสิโน / บินกลับสนามบินดอนเมือง

พวกผมนัดมาเจอที่สนามบินดอนเมือง เวลา 5.20 น. ตั๋วเครื่องบินพร้อม voucher ที่ซื้อมาจากไทยพร้อม ซิมที่จะใช้ที่ฮ่องกงกับมาเก๊าพร้อม แล้วสายการบินแอร์เอเชียก็พร้อมพาพวกผมทะยานขึ้นฟ้าในเวลา 6.45 น. ถึงมาเก๊าเวลา 10.20 น. ไม่ขาดไม่เกิน (มาเก๊าเวลาเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) ผ่านพิธีเข้าเมืองที่มาเก๊า เสร็จแล้วก็ไปขึ้นเรือเฟอร์รี่ของ Cotai Jet ที่ฝั่งไทปา สามารถเดินไปได้เพราะติดกับสนามบินมาเก๊าเลย  สภาพเรือดูดีมาก ลำใหญ่นั่งสบายไม่รู้สึกเมาเรือ ราคาเรือเฟอรร์รี่ 154 HKD ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ก่อนจะถึงฮ่องกงสัก 20 นาที พวกผมก็หยิบซิมเน็ตมาใส่โทรศัพท์แล้วก็ตั้งค่าจนสามารถใช้อินเตอร์เน็ตและโทรหากันได้ครบ แล้วทุกคนก็เข้าสู่โลก Social เต็มตัว ฮ่าๆ

Image00002

เรือเฟอร์รี่ Cotai Jet ที่พาเราข้ามฟากจากมาเก๊าไปฮ่องกง

เมื่อลงจากเรือเฟอร์รี่ก็ต้องทำพิธีเข้าเมือง แต่สามสาวของเราโดนกักไปถามเล็กน้อยแล้วก็ถูกปล่อยออกมา เอาล่ะ… ถึงแล้วฮ่องกงรีบไปซื้อบัตร Octopus กัน บัตรนี้เป็นบัตรที่ทำให้เราไม่ต้องคิดอะไรมากใช้ขึ้นรถไฟฟ้า รถบัส ซื้อของตามร้านค้า จ่ายค่าฝากสัมภาระได้ทุกอย่าง ที่สำคัญมีส่วนลดเมื่อจ่ายผ่านบัตรด้วย เมื่อได้อาวุธสำคัญครบก็เดินทางไปที่พักแล้วหาอะไรทานดีกว่า นี่ก็ 14.00 น. แล้ว อาหารกลางวันยังไม่ตกถึงท้องเลย

octopus

บัตร Octopus จากเว็บไซต์ kingshotelhk.com

พวกผมพักกันที่ย่านมงก๊กริมถนนนาธานเลย แต่ก่อนที่จะไปเดินเล่นย่านมงก๊กขอตัวไปทานข้าวกันก่อนนะคร้าบ เมื่อท้องอิ่มกองทัพก็ย่อมเดินทางต่อได้ เอาล่ะแพลนของเราวันนี้ไม่มีอะไรคือเดินเล่นไปเรื่อยๆ ตามถนนนาธาน พอถึงที่ช็อปปิ้งแถวจิมซาจุ่ย ฝนก็ตกปรอยๆ มาให้หนาวขึ้นไปอีก ทำให้หมอกลงเยอะมากๆ สงสัยการดูแสงไฟริมอ่าววิคตอเรียคงจะไม่สวยแน่ๆ ที่ไหนได้พอถึงเวลาหมอกก็หายไปให้เราได้เห็นแสงสี จริงๆ มีเพลงประกอบด้วย แต่ผมว่ามันเฉยๆ มากเลยจึงออกไปเดินถ่ายรูปเล่นกันดีกว่า ใกล้ๆ กันมีหอนาฬิกาอันใหญ่ตั้งตระหง่านสวยมาก ผมจึงไม่พลาดเก็บรูปมาฝากครับ

Image00064

ชมแสงไฟจากตึก ที่อ่าววิคตอเรีย

Image00012

หอนาฬิกา

จากนั้นเราก็ไปหาที่ถ่ายรูปเล่นกันต่อ นั่นก็คือ 1881 Herritage เป็นแหล่งช็อปปิ้งมอลล์ที่สวยมากๆ มีมุมถ่ายรูปเยอะแยะเลย ช่วงที่ผมมาเป็นช่วงปลายปี เขาจึงจัดธีมคริสมาสต์ไว้ให้ถ่ายรูปกันโดยเฉพาะ มีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปต่างๆ อีกทั้งยังสร้างปราสาทหิมะเพื่อเป็นจุดถ่ายรูปเพิ่มเติมอีกด้วย ฟรีและดีแบบนี้แนะนำจริงๆ ครับ

Image00016

1881 Herritage

เสร็จแล้วเราก็เดินเล่นกันต่ออีกสักพักแล้วก็กลับไปพักผ่อน เรื่องผู้ชายของเพื่อนผมขอไม่พูดถึงล่ะกัน เอาเป็นว่ามันเป็นแค่แรงจูงใจที่ทำให้ทริปนี้เกิด ฮ่าๆๆ  เอาล่ะเรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า เมื่อพักผ่อนกันเต็มที่ผมก็ตื่นมาแต่เช้าเลยประมาณ 4.00 น. ได้ เหมือนมีลางสังหรณ์อะไรสักอย่างให้เช็คกระเช้านองปิงที่จะไปวันนี้ว่าขึ้นได้หรือเปล่า จึงรีบจัดแจงเข้าเว็บไซต์แล้วก็ปรากฏว่ากระเช้านองปิงปิดซ่อมบำรุง 5 วัน 1-5 ธ.ค. ฮ่าๆ ความซวยมาเยือนเต็มๆ ในใจก็คิดว่าทำไงดีเนี่ย voucher ก็ซื้อมาจากไทยเรียบร้อยแล้ว แพงด้วยเพราะซื้อแบบคริสตัลไปกลับ 4 ใบเลยนะ แต่ใจเย็นๆ ลองดูแผนเราก่อนสามารถเปลี่ยนได้ไหม โชคดีอะไรก็ไม่รู้ผมอยู่ฮ่องกงถึงวันที่ 6 ธ.ค. ตอนเช้าพอดี เพราะบ่ายต้องเดินทางกลับไปนอนที่มาเก๊า ทำให้แพลนไปไหว้พระใหญ่ทินถ่านต้องถูกสลับไปช่วงเช้าวันที่ 6 ธ.ค. แบบกะทันหัน ที่เหลือก็แค่รอลุ้นวันนั้นวันเดียวว่าฝนฟ้าจะไม่ตก ลมจะไม่แรงทำให้กระเช้าต้องปิดอีก

ดังนั้นทริปวันนี้เราจึงเปลี่ยนไปสวนสนุก Ocean Park กันครับ เราเลือกที่จะไปเดินเล่นที่หาดรีพัลส์เบย์ตอนเช้ากันก่อน หาดนี้เป็นหาดที่สงบ และสะอาดมากๆ กินขาดเราไปเยอะเลย แต่ความสวยของทะเลยังสู้บ้านเราไม่ได้ ที่นี่ต้องไปขึ้นรถบัสที่ Exchange Square ผมนั่งรถบัสสาย 260 มาถึงหาดรีพัลส์เบย์เลยครับ

Image00023

หาดรีพัลส์เบย์

เมื่อเดินไปสุดหาดเราจะเจอเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ซึ่งมองเห็นได้แต่ไกล เราไหว้สักการะกันสักพักก็หาอาหารทานกันก่อนที่จะเดินทางไปยังสวนสนุก Ocean Park เพราะในนั้นอาหารราคาแพงมาก ตอนแรกก็ว่าจะไปที่ดิสนีย์แลนด์ด้วย แต่เรามีเวลาแค่ 4 วันที่ฮ่องกง และดิสนีย์แลนด์มีสมาชิกเคยไปมาแล้ว จึงมีเสียงเป็นเอกฉันท์ว่าจะไปที่นี่กันครับ

Image00025

เจ้าแม่กวนอิม

เมื่อมาถึงสวนสนุกก็เอา voucher ที่ซื้อมาจากไทยยื่นให้เจ้าหน้าที่เลย ตอนแรกก็คิดว่าเราคงอยู่กันสักพัก แต่ที่ไหนได้ที่นี่มีอะไรให้เล่นเยอะแยะมากๆ เรียกว่าอยู่กันตั้งแต่เช้ายันสวนสนุกปิดเลยทีเดียว อากาศเย็น แดดไม่ร้อน ฝนไม่ตก เหมาะมากกับการมาสวนสนุกวันนี้

Image00029

สวนสนุก Ocean Park

Image00031

กระเช้าข้ามไปอีกฟากของสวนสนุก Ocean Park

Image00034

ชมวิวสวนสนุกจาก Ocean Park Tower

Image00039

ตอนเย็นมีแสดงน้ำพุเต้นระบำตามจังหวะเพลง

เรียกว่าเล่นกันคุ้มค่า แทบจะครบทุกเครื่องเล่นเลย คิดถูกมากที่มาที่นี่เพราะมันเป็นที่ที่เหมาะกับพวกผมที่สุด มีอะไรให้ทำเยอะแยะ ทั้งหวาดเสียว ทั้งชมวิว ทั้งชิล ทั้งโรแมนติก ทำให้รู้สึกว่าดิสนีย์แลนด์เป็นที่สำหรับเด็กมากๆ ไปเลย อิ่มเอมกันเรียบร้อยก็นั่งรถบัสกลับไปย่านเซ็นทรัล เพื่อที่จะไปนั่งรถราง The Peak Tram พาขึ้นไปจุดชมวิว The Sky Terrace 428 ด้านบนสุดของ The Peak Tower แบบ 360 องศา (ไม่งงกันนะครับ คือที่นี่อะไรก็ตั้งชื่อว่า The Peak เต็มไปหมด)

Image00044

รถราง The Peak Tram

Image00045

วิวจากจุดชมวิว The Sky Terrace 428 ด้านบนสุดของ The Peak Tower

ตอนนี้ทุกคนดูเหนื่อยและโทรมกันแล้ว หลังจากฝืนสังขารไปเล่นสวนสนุกกันแบบลืมแก่ แล้วยังมาต่อที่จุดชมวิว ซึ่งด้านบนนี่ทั้งลมแรงทั้งหนาว ฮ่าๆ มีเสียงบ่นโอดโอย.. เป็นระยะระหว่างเดินทางกลับที่พัก คืนนี้เรียกว่าแค่หัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายกันทุกคน เอาล่ะพรุ่งนี้เราจะไปเดินสายไหว้พระ 3 แห่งที่เกาลูนกันครับ

Image00050

วัดแชกง หรือวัดกังหันลม

Image00051

หมุนกังหันตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ จะทำให้โชคดี

วัดแรกที่เราไปกันนั้นก็คือวัดแชกง หรือวัดกังหันลมที่คนไทยเรียกติดปากนั่นเอง โชคดีที่ผมมาแต่เช้าจึงไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ ตอนกลับถึงจะเห็นกลุ่มทัวร์พานักท่องเที่ยวมา และเจอแต่ทัวร์ชาวไทยที่มาวัดนี้ คนไทยน่าจะศรัทธาที่นี่มากๆ แถวประตูมีจี้กังหันลมอันเล็กจำหน่ายให้เอากลับไปเป็นของนำโชคด้วยครับ

วัดต่อไปก็คือ วัดหว่องไทซิน หรือวัดหวังต้าเซียนที่คนไทยเรียกติดปากอีกเช่นเคย ที่นี่เพื่อนๆ รีเควสอย่างมากว่าต้องมาให้ได้ เพื่อที่จะมามาอธิษฐานขอให้เจอเนื้อคู่นั่นเอง เวลาอธิษฐานต้องทำมือให้ถูกด้วยนะครับแล้วจึงผูกด้ายแดงที่เชือก ซึ่งผมก็ไม่ขัดศรัทธาอยากมาอยู่แล้วล่ะ เพราะที่นี่มีความสวยงามมาก ตัววัดทำอย่างปราณีตอลังการกว้างใหญ่ คนฮ่องกงมาไหว้พระกันอย่างล้นหลามเลยครับ

Image00053

วัดหว่องไทซิน หรือวัดหวังต้าเซียน

Image00054

บริเวณด้านในของวัดหว่องไทซิน

Image00056

ผมก็มาผูกด้ายแดงกับเขาบ้าง

บริเวณภายในยังมีสวนต้นไม้ น้ำตกและศาลากลางน้ำให้เดินเล่น หรือจะนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติกันด้วยครับ ที่ต่อไปก็คือ สำนักนางชี ฉีหลิน ซึ่งถ้ามองเผินก็จะเหมือนวัดญี่ปุ่นเลย ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ และไม่ไกลมากจะมีสวนสาธารณะหนานเหลียน จุดเด่นของที่นี่ก็คือศาลากลางน้ำสีทองนั่นเองครับ สวยงามมากๆ ครับ

Image00057

สำนักนางชี ฉีหลิน

Image00058

ศาลากลางน้ำสีทอง ที่สวนสาธารณะหลานเหลียน

พวกผมเดินกันได้สักพักฝนก็ตกหนักเลยทีเดียว จบทริปไหว้พระพอดี ต่อไปจะเป็นเวลาช็อปปิ้งที่เพื่อนๆ ผมรอคอย ก็ลุยช็อปปิ้งกันในห้างต่างๆ จนฟ้ามืดถึงได้กลับไปที่พักกันครับ ออกมาข้างนอกฝนก็หยุดตกไปนานแล้ว สาวๆ ก็หิ้วของกันพะรุงพะรังทีเดียว ดีนะที่ผมเป็นคนไม่ชอบช็อปปิ้ง เดินกลับที่พักตัวเบาสบาย อิอิ นอนพักผ่อนอิ่มบุญกันถ้วนหน้า

เอาล่ะวันนี้แล้วที่จะต้องลุ้นกันว่าเราจะได้ไปขึ้นกระเช้านองปิงเพื่อที่จะไปไหว้พระใหญ่ทินถ่านไหม ถ้าวันนี้ไม่ได้ก็อดล่ะ เพราะเราจะต้องไปที่มาเก๊าต่อแล้ว ทุกคนลุ้นกันพอสมควรเพราะ voucher กระเช้าคริสตัลที่ซื้อมาจะต้องทิ้งเลยนะ 4 ใบ เป็นเงินหลายบาทอยู่ แต่ก็เอาเถอะ ดีกว่าไปรอซื้อหน้าเคาน์เตอร์เพราะคนนี่อย่างมหาศาล พวกผมรีบอาบน้ำแต่งตัวเก็บข้าวของแล้วก็เช็คเอาท์ที่พัก แล้วก็เดินทางไปเกาะลันเตาทั้งกระเป๋าเดินทางเลย มุ่งหน้าไปยัง Citygate Outets เป็นที่ช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังๆ มากมาย และด้านล่างจะมีล๊อกเกอร์ให้ฝากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ ต้องรีบไปกันแต่เช้าหน่อยนะครับ เพราะถ้าสายมากๆ ล๊อกเกอร์อาจจะเต็มได้ โชคดีที่พวกผมไปถึงยังมีล๊อกเกอร์ว่างอยู่ 4 อัน พวกผมจึงเลือกช่องใหญ่ใส่รวมกันแค่ 2 ช่อง ก็เพียงพอสำหรับ 4 ใบ สบายใจล่ะตัดภาระเรื่องกระเป๋าไปได้แล้ว จากนั้นก็รีบไปต่อคิวแลกสายข้อมือสำหรับขึ้นกระเช้ากันต่อครับ

Image00068

สายรัดข้อมือสำหรับแยกผู้ที่นั่งกระเช้าแบบคริสตัล (พื้นกระเช้าใส) กับพื้นธรรมดา

Image00070

กระเช้านองปิง

ในที่สุดเราก็ได้นั่งกระเช้าสมใจ ชมวิวไปเรื่อยๆ ประมาณ 30 นาที ก็มาถึงหมู่บ้านนองปิง เดินเข้าไปอีกนิดก็จะเจอบันไดที่เราต้องเดินขึ้นไปสักการะพระใหญ่ทินถ่านกันครับ ข้างบนนี่อากาศดี เย็นสดชื่นมากๆ

Image00073

พระใหญ่ทินถ่าน หรือหลวงพ่อโต

หลังจากไหว้พระใหญ่เสร็จเรียบร้อย ก็ห้ามพลาดไปไหว้พระที่วัดโปลินด้านล่างนะครับ ภายในมีเจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานอยู่ครับ แต่ภายในห้ามถ่ายรูป จึงมีแต่บรรยากาศด้านนอกมาให้ชมครับ

Image00078

วัดโปลิน

Image00079

วัดโปลิน

เสร็จแล้วที่ห้ามพลาดอีกที่นึงก็คือ เสาไม้สัจธรรมครับ เหมาะกับการมาถ่ายรูปมากๆ ให้อารมณ์ว่าเรากำลังแสดงหนังกำลังภายในอยู่ ที่นี่จะมีเสาไม้ 38 ต้น ปักเป็นเลข 8 บนเสาสลักอักษรจีนเป็นบทสวดของนิกายมหายานครับ

Image00080

เสาไม้สัจธรรม

ครบตามแพลนเลยที่จะมาในฮ่องกง ทุกคนอิ่มเอมมีความสุขมากๆ โดยเฉพาะการที่ไม่ต้องทิ้ง voucher กระเช้านองปิง ฮ่าๆ โอเค เราก็นั่งกระเช้าเพื่อที่จะกลับไปทานอาหารกลางวันที่ Citygate Outlets มีแพลนงอกคือจะไปเดินชม Outlets กันสักพัก แล้วก็จะนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามกลับไปยังมาเก๊าครับ

Image00071

พื้นกระเช้าคริสตัล ให้เห็นถึงความใส และเสียวระหว่างนั่งบนกระเช้า 30 นาที

ขากลับผมไปขึ้นเรือของ Turbo Jet ที่ China Hong Kong City (ฝั่งเกาลูน) เพราะจะไปลงท่าเรือที่ฝั่งมาเก๊า เสร็จแล้วก็ขึ้นรถฟรีของคาสิโนจากท่าเรือไปส่งที่คาสิโน Wynn ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่ผมจะไปพัก เพื่อนๆ ที่มามาเก๊าลองศึกษาเส้นทางรถฟรีของคาสิโนไว้นะครับ เพราะจะทำให้เราไม่ต้องเสียค่าเดินทางที่มาเก๊าเลยแบบผมครับ เมื่อถึงโรงแรมก็จัดการเรื่องซิมเน็ทนิดหน่อย เพราะที่มาเก๊าจะไม่ได้อินเตอร์เน็ตอันลิมิตเหมือนที่ใช้ที่ฮ่องกงแล้ว พวกผมก็กดสมัครกัน บางคนได้ 50 mb บางคนได้ 250 mb ฮ่าๆ สนุกสนาน ผมกับเพื่อนอีก 2 คนเป็นหนูทดลองเลยได้แบบ 50 mb กันไป อีก 2 คน จึงได้ใช้แบบ 250 mb สมัครยากเย็นมากๆ มีแต่ภาษาจีนอย่างเดียว call center ก็พูดแต่จีนอีก แต่แค่ 50 mb ก็โอเคสำหรับผมแล้ว เพราะใช้แค่ดูแผนที่กับติดต่อผ่าน Line ก็พอ และมาเก๊าเราเที่ยวแค่วันเดียวเอง สบายๆ อยากอัพโหลดรูปอะไรใหญ่ๆ ผมกลับไปอัพโหลดที่โรงแรมก็ได้เนอะ

เอาล่ะเราไปเดินเล่นมาเก๊าตอนกลางคืนกันเลยครับ ที่แรกที่ไปกันก็คือซากโบสถ์เซนต์ปอล ดึกๆ ที่มาเก๊าไม่น่ากลัวเลยครับ เพราะมีแสงไฟสว่างมาก มีคนอยู่เยอะแยะไปหมด แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องระวังตัวกันไว้ด้วยนะครับ อย่าพยายามเดินในที่เปลี่ยวๆ คนเดียว

Image00091

ซากโบสถ์เซนต์ปอล

เดินต่อไปอีกนิดก็จะเจอจตุรัสเซนาโด ที่นี่จะคล้ายๆ สยามสแควร์บ้านเราครับ เป็นแหล่งรวมวัยรุ่นมานัดพบกัน โชคดีที่ผมมาช่วงที่มีงาน Macau Light Festival หรือเทศกาลแสงสีนั่นเอง จึงทำให้มีรูปไฟสวยๆ แบบนี้มาฝากเพื่อนๆ ครับ

Image00092

เทศกาลแสงสีที่จตุรัสเซนาโด

Image00093

จตุรัสเซนาโด เตรียมจัดเทศกาลคริสมาสต์

ต่อไปเราก็ไปเดินชมแสงสีของคาสิโนกันบ้างครับ ที่มาเก๊านี่ไม่เคยหลับไหลจริงๆ ตอนกลางคืนก็มีแสงไฟสว่างไปทั่ว เรียกได้ว่าลืมวันลืมคืนได้ง่ายๆ เลยครับ

Image00098

แสงสีจากคาสิโนต่างๆ สว่างไสวทั้งเมือง

เผลอแป๊บเดียวดูเวลาก็เกือบจะ 1.00 น. แล้ว พวกผมรีบเดินกลับไปยังโรงแรมเพื่อเตรียมพักผ่อน ให้อยู่ตรงนี้นานไปเดี๋ยวจะเพลินจนลืมวันลืมคืนแน่ๆ พรุ่งนี้จะต้องไปไหว้พระกันด้วยนะ กลับถึงโรงแรมปุ๊บอาบน้ำอาบท่าแล้วก็นอนหลับกันเป็นตายเหมือนเดิม วันนี้จึงอนุโลมให้ตื่นสายได้ เช้านี้เราจะเดินทางไปวัดอาม่ากันครับ ไปดูกันสิว่าวัดที่มาเก๊าจะเป็นยังไง

Image00102

วัดอาม่า

Image00100

ธูปวง

วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายให้กับองค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล หรืออาม่า ภายในมีศาลเจ้า และก้อนหินขนาดใหญ่ ซึ่งแกะสลักเป็นรูปเรือสำเภาโบราณ ธูปวงที่มีที่ฮ่องกงก็มีที่นี่ด้วย วัดนี้คนเยอะล้นหลามเหมือนเดิม พวกผมกราบขอพรกันสักพักก็กลับโรงแรมไปเก็บกระเป๋า และเช็คเอาท์เพื่อจะเดินทางต่อไปยังฝั่งไทปา พวกผมนั่งรถฟรีของคาสิโน City of Dreams สามารถเดินมาขึ้นรถได้จากใกล้ๆ โรงแรมที่ผมพักเลย ยืนรอคิวสักพักรถก็มารับไปส่งที่ City of Dreams จากนั้นก็เข้าไปฝากกระเป๋าตรงหน้าทางเข้าคาสิโน พวกผมเข้าไปเดินชมภายในคาสิโนกันด้วยนะครับ แต่ไม่ได้เล่นหรอกครับ เสร็จแล้วก็ออกจาก City of Dreams ข้ามไปอีกฝั่งเพื่อไปยัง The Venetian ฮ่าๆ รู้สึกสงสาร City of Dreams ไหมครับ

Image00103

The Venetian คาสิโนที่ควรค่าแก่การมาเดินเที่ยวและถ่ายรูปครับ

Image00104

ภายใน The Venetian สวยงามอลังการมาก

ด้านบนยังมีเรือกอนโดล่าให้เราได้นั่งชมอีกนะครับ แสงสีจัดเต็มถ่ายรูปกันเพลินเลยทีเดียวครับ คนพายเรือพยายามชวนผมคุย พอรู้ว่าผมเป็นคนไทย จึงพูดภาษาไทยทักทายผมด้วย เขาบอกว่าเขามีเพื่อนเป็นคนไทยเยอะ และเคยไปเที่ยวเมืองไทยบ่อยๆ ด้วยครับ

Image00105

เรือกอนโดล่า ภายใน The Venetian

ในที่สุดก็ครบตามแพลนทุกอย่าง พวกผมก็เดินกลับไปยัง City of Dreams เอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้คืน และลงไปชั้นล่างเพื่อขึ้นรถฟรีไปยังสนามบินมาเก๊า ต้องขอบคุณกระเช้านองปิงที่ปิดจนผมต้องเปลี่ยนแพลน ทำให้การเดินทางทุกอย่างราบรื่นกว่าเดิม วันที่ไปเที่ยวสวนสนุก หรือขึ้นจุดชมวิว หรือขึ้นกระเช้านองปิงฟ้าเปิดฝนไม่ตกเลย วันที่ช็อปปิ้งฝนกลับตกแทน ฟ้าและอากาศเป็นใจทุกอย่าง ที่มาเก๊าก็ต้องขอบคุณ City of Dreams จริงๆ ที่ให้เรานั่งรถและฝากกระเป๋าฟรี ทริปนี้ทุกคนแฮปปี้มากๆ ถึงแม้จะเดินเยอะกันสักหน่อย เจอกันทริปหน้าแล้วแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวกันใหม่นะคร้าบ

ค่าใช้จ่าย

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ดอนเมือง-มาเก๊า 2,115 บาท/คน
  • ที่พักฮ่องกง 3 คืน และมาเก๊า 1 คืน ทั้งหมด 2,960 HKD ตกคนละ 3,434 บาท (740 HKD)
  • ค่าเรือเฟอร์รี่ มาเก๊า-ฮ่องกง ไปกลับ 1,536 บาท/คน (331 HKD)
  • กระเช้านองปิงแบบคริสตัล ไปกลับ 850 บาท/คน
  • บัตรเข้าสวนสนุก Ocean Park 1,270 บาท/คน
  • บัตรขึ้นรถราง The Peak Tram ไปกลับ 280 บาท/คน
  • ซิมเน็ท ฮ่องกง-มาเก๊า 370 บาท/คน
  • ค่าใข้จ่ายบัตร Octopus คนละ 928 บาท (200 HKD)
  • ค่าอาหาร 13 มื้อ 1,207 บาท (260 HKD)

รวมทั้งหมด 11,990 บาท/คน

อัลบั้มรูป

Facebook Comments

You may also like...

Share28
Tweet
Pin
+1
28 Shares