มัลดีฟส์ นอนฟินกลางน้ำ เกาะสวรรค์ของคนรักทะเล


คุยกันว่าอยากไปเที่ยวทะเลที่ต่างประเทศบ้าง ก็เลยตกลงถ้าได้ตั๋วโปรอะไรก็จัดไปเลย ที่คิดๆ ไว้ก็มีบาหลี เซบู ซิปาดัน มัลดีฟส์ และแล้วในที่สุดดวงก็มาตกที่มัลดีฟส์จนเกิดเป็นทริปนี้นั่นเอง รวบรวมสมาชิกได้ 4 คน ครบคู่พอดี แต่ดันไปจองตั๋วได้ในช่วงหน้าไฮซีซั่น  เอา…ล่ะสิ ได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูก 5,190 บาท แต่ที่พักแพงมาก (หน้าโลว์ที่พักจะถูกกว่าเกือบเท่าตัว) ก็เลยตัดสินใจจองห้องแบบ Water Villa 1 คืน ที่เหลือนอนห้องริมชายหาด รวมอาหาร 2 มื้อ ไม่รวมเครื่องดื่ม เช็คสกุลเงินรูฟียาห์ MVR แล้วไม่มีให้แลกจากไทย แต่สามารถใช้เงิน USD แทนได้ แล้วก็วุ่นๆ อย่างอื่นจนไม่ได้คิดถึงที่พักอีกเลย

แต่อยู่ๆ ก็มีโปรโมชั่นโผล่มาเซอร์ไพรส์ผม เป็นแพ็คเกจห้องพักเหนือน้ำ Water Villa 3 วัน 2 คืน แบบ All Inclusive รวมอาหารเช้า กลางวัน เย็น และ Snack เช้า บ่าย เครื่องดื่มไม่อั้นตลอดวัน มีเรือ Speed Boat รับส่ง และยืมอุปกรณ์ดำน้ำตื้น เช่น หน้ากากดำน้ำ ตีนกบ ได้ตลอดการเข้าพัก ฟรีกิจกรรมให้เลือกได้ 1 กิจกรรมตามตาราง ดูราคาก็พอๆ กับที่ผมได้จองไว้ก่อนหน้านี้ แต่ได้ทุกอย่างครบ กินไม่อั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำดื่ม มันช่างดีงามมากๆ ตัดสินใจไม่นานแล้วกระเป๋าสตางค์ก็เบากันไป เบ็ดเสร็จคนละ 22,000 บาท ฮ่าๆๆ

แพลนทริป

วันที่ 1 บินไปลงสนามบินมาเล / นั่งเรือไป Thulhagiri Island & Resort / เดินเที่ยวรอบเกาะ
วันที่ 2 ทำกิจกรรมบนเกาะ / เล่นน้ำริมชายหาด
วันที่ 3 ดำน้ำตื้นชมปะการัง / นั่งเรือไปเกาะมาเล / เดินเที่ยวเมืองมาเล
วันที่ 4 บินกลับสนามบินดอนเมือง

Atoll มุมมองจากบนเครื่อง

ออกเดินทางกันเลยดีกว่า 9:45 น. ก็รีบแจ้นกันไปที่หน้าเกทเกือบไม่ทัน เพราะมัวแต่ติดเรื่องฝากของที่ King Power แต่ก็เคลียร์จนเรียบร้อย ไปถึงหน้าเกทเจ้าหน้าที่วอจะให้เอากระเป๋าโหลดออกจากเครื่องอยู่แล้ว แต่พอเห็นพวกผมวิ่งมาก็เลยบอกว่ามาแล้วๆ ตรวจเอกสารอย่างรวดเร็ว ทั้ง Boarding pass และใบจองโรงแรม แล้วก็พาผมนั่งรถตู้ไปขึ้นเครื่อง… รู้สึกผิดมากๆๆๆ T_T ต้องขอโทษเจ้าหน้าที่แอร์เอเชียไว้ ณ ที่นี้ แล้วในที่สุดก็ได้ทะยานขึ้นฟ้าในเวลา 10.15 น. หลับๆ ตื่นๆ กันเกือบ 4 ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบินมาเล ประเทศมัลดีฟส์ ที่นี่จะช้ากว่าบ้านเรา 2 ชั่วโมงนะครับ อย่าลืมปรับเวลากันด้วย แล้วใครที่ไม่หลับคุณจะได้เห็น Atoll มากมาย พวกผมโชคดีที่ได้นั่งติดหน้าต่างจึงมีรูป Atoll สวยๆ มาฝาก แต่ถ้าใครได้นั่งซีเพลนยิ่งได้เห็น Atoll อลังการกว่าผมอีกนะครับ พวกผมขอแค่นี้แหละเพราะสู้ราคาซีเพลนไม่ไหว

เครื่องบินจอดเสร็จปุ๊บก็มาขึ้นรถบัสเพื่อเข้าตัวอาคาร แต่ความพีคมันอยู่ที่ว่ารถเคลื่อนไปแบบช้าๆ ไม่ถึง 10 เมตร แล้วก็จอดเปิดประตู ทุกคนบนรถต่างหัวเราะกันใหญ่เลย เอิ่ม…คือแบบให้เดินก็ได้นะ แล้วเราก็ผ่าน ตม. หน้าดุๆ แต่ไม่ถามอะไรเลย ดูแค่ Passport อย่างเดียว เอกสารการจองโรงแรมไม่ดูเลย แล้วก็มารอรับกระเป๋า

ร้านขายซิมอินเตอร์เน็ต

เดินออกมาแล้วให้เลี้ยวขวาก่อนเพื่อไปหาซื้อซิมกัน มีอยู่ 2 ร้าน แต่พวกผมตัดสินใจเข้าไปร้านซ้ายมือเพราะคนน้อยกว่า ซึ่งถือว่าดีงามอีกแล้ว เพราะร้านนี้ 22 USD ได้ 17 GB ที่ทราบเพราะว่ามีพี่คนไทยอีกกรุ๊บเข้าไปซื้อร้านขวามือราคา 22 USD เหมือนกันแต่ได้ 15 GB เอาเป็นว่าดูชื่อร้านกันเองจากรูปนะครับ อินเตอร์เน็ตดีงามทั้ง 2 ค่าย แต่คนจะรู้จักร้านขวามือมากกว่า

เคาน์เตอร์หมายเลข 15 – Thulhagiri island & resort

บริเวณท่าเรือ

จบเรื่องซิมก็ไปติดต่อที่เคาน์เตอร์หมายเลข 15 ได้ Tag มาติดกระเป๋าด้วย รอสักพักเจ้าหน้าที่ก็พาไปส่งที่ท่าเรือ พวกผมได้เห็นน้ำทะเลก็ร้องว้าวกันทุกคน เพราะมันใสและสวยมากๆ นี่ขนาดยังไม่ถึงรีสอร์ทยังสวยขนาดนี้ ถ้าไปถึงแล้วจะขนาดไหน รู้ตัวอีกที Speed Boat ก็พาซิ่งไปยังรีสอร์ทใช้เวลาประมาณ 20 นาที เป็นที่เรียบร้อย มาถึงก็ได้รับ Welcome drink ที่ดื่มแล้วสดชื่นมาก ระหว่างนั้นก็จัดแจงเอกสารเล็กน้อย แล้วก็ให้ไปทานอาหารกลางวันทันทีเพราะกลัวว่าห้องอาหารจะปิด พวกผมก็สั่งน้ำอัดลม น้ำหวานจัดเต็มเลย ฮ่าๆๆ กินกันจนห้องอาหารปิดถึงได้เข้าที่พัก เจ้าหน้าที่ก็ยืนรอพวกผมเพื่อที่จะนำกระเป๋ามาส่งให้ที่ห้อง และในที่สุดพวกผมก็ได้สัมผัสห้องเหนือน้ำสักที อ่า…ฟิน เพื่อนๆ มาสำรวจห้อง Water Villa บังกะโลเหนือน้ำที่พวกผมจะต้องอยู่ 2 คืนด้วยกันเลยคร้าบ

Water Villa บังกะโลเหนือน้ำ Thulhagiri island & resort

ระเบียงส่วนตัวพร้อมบันไดลงไปดำน้ำได้จากห้องพัก

แดดแรงเหรอ ก็กางร่มได้

 

ห้องนอน Thulhagiri island & resort

โต๊ะกระจกที่สามารถส่องเห็นไปยังผืนน้ำใต้บังกะโล

ห้องน้ำ Thulhagiri island & resort

โดยรวมก็ใช้ได้ประทับใจพอสมควร แต่หลายอย่างก็เริ่มเก่าแล้วเนอะ ดีที่แอร์ยังเย็นสู้กับอากาศร้อนได้สบาย พักที่ห้องกันสักพักก็นัดแนะกันว่าจะไปว่ายน้ำที่สระน้ำของรีสอร์ท ให้เปลี่ยนชุดพร้อมเล่นน้ำได้เลย อันนี้ก็ตามสไตล์ว่าจะเป็นบิกินี่ กางเกงว่ายน้ำ หรือกางเกงขาสั้น เสื้อยืด เอาที่สบายใจ ฮ่าๆๆ สระว่ายน้ำด้านซ้ายจะลึกด้านขวาจะตื้นนะครับ ใครมีเด็กๆ มาด้วยให้ระวังนิดนึง

สระว่ายน้ำ Thulhagiri island & resort

สระว่ายน้ำ Thulhagiri island & resort

เมื่อว่ายน้ำเล่นกันจนพอใจแล้วก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปดูตารางกิจกรรมกันว่ามีอะไรให้ทำบ้าง ผลก็คือวันพรุ่งนี้วันพฤหัสจะมีพาชมปลาโลมาตอนพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก แล้ววันศุกร์มีดำน้ำตื้นรอบเช้า พวกผมตัดสินใจทันทีว่าจะเอาดำน้ำตื้นก็เป็นอันจบ ลงชื่อเลขห้องและเซ็นชื่อจองเรียบร้อย ก็ไปทานอาหารเย็นกัน

ตารางกิจกรรมที่ทางรีสอร์ทจัด ซึ่งเราจะเลือกได้ฟรี 1 กิจกรรม

ดินเนอร์ Thulhagiri island & resort

ดินเนอร์ Thulhagiri island & resort

ดินเนอร์ Thulhagiri island & resort

ดินเนอร์ Thulhagiri island & resort

ดินเนอร์ Thulhagiri island & resort

แล้วก็แยกย้ายกลับห้องพักผ่อน ตามแพลนแล้วก็คือพรุ่งนี้เราจะฟรีสไตล์ทั้งวันอยู่ที่รีสอร์ท ตื่นมาจะไปกินข้าวเช้า เดินสำรวจรอบเกาะ กินอาหารว่าง ว่ายน้ำ กินข้าวกลางวัน เล่นน้ำ กินอาหารว่าง เล่นน้ำ ดริงค์เครื่องดื่มยันดึก นอน ฮ่าๆๆ เป็นวันที่มีแต่กิน เล่นน้ำ แล้วก็นอนจริงๆ

พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า Thulhagiri island & resort

แล้วเช้าวันใหม่ก็มาถึง ใครที่ลงชื่อไปดูปลาโลมาก็ต้องรีบตื่นไปรวมตัวกันตั้งแต่ 5.15 น. ซึ่งนั่นไม่ใช่พวกผม เราจึงนอนต่อจนเกือบจะ 6 โมงเช้า ล้างหน้าล้างตานิดหน่อยแล้วก็คว้ากล้องออกไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน อากาศดีจังเลย พระอาทิตย์ทอแสงสีทองอ่อนๆ ลมยามเช้าไหลผ่านตัวไปอย่างแผ่วเบาผิดกับเวลาอื่นๆ ที่ยังทำให้เรารู้สึกได้ถึงการพัดผ่าน ระหว่างเดินทางชมพระอาทิตย์ขึ้น เราก็จะได้เจอสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปู นก กิ้งก่า ปลาฉลามที่เริ่มต้นวันใหม่เหมือนกับพวกเรา

นกกระยาง ยืนรอจับปลา

นกหงส์หยก

ฝูงนกหงส์หยก

ฝูงฉลามหูดำ

ฝูงปลานกแก้ว

บ้านพักริมชายหาด Thulhagiri island & resort

แล้วเราก็ไปทานอาหารเช้า คุยแพลนกันว่าเดี๋ยวจะไปเดินเล่นรอบเกาะก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเอาแพยางที่พกกันมาจากไทยไปเล่นกันตรงไหน หลังจากเดินรอบเกาะกันเรียบร้อยก็สรุปว่าจะไปที่ชายหาดทางทิศเหนือ เพราะตรงนั้นทรายขาวมากยิ่งขับให้น้ำทะเลใสมากขึ้นด้วย

ชายหาด Thulhagiri island & resort

สารพัดแพยางที่ขนกันมาเล่นที่ชายหาด

ถ่ายอีกมุมให้เห็นบังกะโลเหนือน้ำสักหน่อย

ชายหาด Thulhagiri island & resort

เสร็จแล้วก็กินกลางวัน แล้วก็ว่ายน้ำ แล้วก็กินอาหารว่าง แล้วก็เล่นน้ำ แล้วก็ไปหมกตัวที่บาร์ทราย Sand bar แล้วก็จะหมดไปอีกวัน มัวแต่ชิลกันจนไม่ได้ไปดำน้ำชมปะการังบริเวณรีสอร์ทสักที ซึ่งที่รีสอร์ทนี้ได้รับการจัดอันดับว่ามีปะการังที่สมบูรณ์ในระดับเกรด A โดยปะการังที่พบมากที่สุดคือปะการังเขากวาง แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว พวกผมรอไปดำน้ำตื้นกับรีสอร์ทในวันพรุ่งนี้ล่ะกัน

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็มาชิลที่ Sand bar สั่งเครื่องดื่มไม่อั้นกันดีกว่า จัดเต็มทั้งแอล์กอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ กะยาวยันดึกเลยเพราะวันนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่พวกผมจะได้อยู่บนเกาะนี้ เอาให้คุ้มเนอะ แต่จริงๆ เกินคุ้มไปนานแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ จากนั้นก็มาทานมื้อเย็น แล้วกลับไปนั่งที่ Sand bar ต่อ ลากยาวกันไปคืนนี้

Sand bar ที่ Thulhagiri island & resort

ชมวิวพระอาทิตย์ตก

ดินเนอร์พร้อมกับฟังเสียงคลื่น

เมื่อกินดื่มกันเปรมแล้วก็ได้เวลาพักผ่อน ลืมไปเลยว่าต้องเก็บกระเป๋า แพยางก็ยังไม่ได้เอาลมออก พรุ่งนี้เราจะไม่มีเวลาเนื่องจากเราไปดำน้ำตื้นแต่เช้าแล้วกลับมาก็ต้องเช็คเอาท์เลย ก็นั่งดูดลมกันไปด้วยเครื่องสูบลมไฟฟ้า เฮ้อ..ไม่ได้มีแค่แพเดียวด้วยสิ กระซิกๆๆ

และแล้วก็เช้าวันใหม่ ตรวจความเรียบร้อยของกระเป๋าทุกอย่าง จากนั้นก็ไปกินข้าวเช้า แล้วมารอไปดำน้ำตื้นตอน 9.30 น. ให้มาก่อนเวลา 15 นาที เอาเสื้อชูชีพจากในห้องพักมาด้วย แล้วมารับหน้ากากดำน้ำกับตีนกบไปคนละชุด ก็พร้อมออกเดินทาง

เรือที่จะพาเราไปดำน้ำตื้น

สภาพภายในเรือ

กิจกรรมดำน้ำตื้นกับทางรีสอร์ท

กิจกรรมดำน้ำตื้นกับทางรีสอร์ท

กิจกรรมดำน้ำตื้นกับทางรีสอร์ท

กิจกรรมดำน้ำตื้นกับทางรีสอร์ท

น้ำทะเลที่มัลดีฟส์นี่ใสและสวยจริงๆ ฝูงปลาทูน่าเป็นสายยาวลงไปยังท้องทะเลที่มืดมิดเบื้องล่างสุดลูกหูลูกตา ผมได้เจอปลาไหลมอเรย์โผล่มาทักทายด้วย ปลาต่างๆ มีความหลากหลายพอสมควร แต่ปะการังผมไม่โอเคเลย บ้านเราสวยกว่าเยอะ หรือให้ไปดำน้ำดูแถวรีสอร์ทที่มาพักยังสวยกว่า (อันนี้ผมเห็นจากรีวิวคนอื่นนะครับ) แล้วเราก็กลับมาเวลา 11.30 น. คืนอุปกรณ์ดำน้ำตื้นแล้วก็ขอเลทเช็คเอาท์นิดนึง ประมาณ 12.50 น. เพื่อที่จะได้อาบน้ำกันอย่างไม่เร่งรีบ แล้วก็จะได้ทันเรือ Speed boat ออกจากเกาะรอบเวลา 13.00 น. ด้วย

เมื่อมาถึงท่าเรือสนามบินมาเล ก็ไปติดต่อที่เคาน์เตอร์หมายเลข 43 ซึ่งผมได้จองที่พักที่เกาะมาเลไว้ 1 คืน ชื่อว่า Somerset Inn รวมอาหารเช้า และเรือ+รถรับส่งไปยังโรงแรม การพักที่เกาะมาเล 1 คืนจะทำให้เราไม่ต้องรีบออกจากรีสอร์ทแต่เช้า ยังได้เที่ยวเมืองหลวงมาเล และยังได้มาช็อปปิ้งของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านกันด้วย เมื่อติดต่อเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่ก็ให้ Tag มาติดกระเป๋า แล้วพาไปส่งที่ Airport Ferry สูงสุดคืนสู่สามัญ ฮ่าๆๆ ก็ต้องนั่งไปคนอื่นๆ ไม่ได้เรือเร็วส่วนตัวเหมือนตอนไป Thulhagiri resort & island แล้วนะ

Airport Ferry เรือรับส่งระหว่างสนามบินมาเล่กับเกาะมาเล่

Airport Ferry เรือรับส่งระหว่างสนามบินมาเล่กับเกาะมาเล่

เมื่อไปถึงจะมีเจ้าหน้าที่จาก Somerset Inn รอรับเราที่ท่าเรืออยู่แล้ว ก็ขนกระเป๋าและพาพวกผมขึ้นรถยนต์ไปส่งที่โรงแรม ที่มาเลถนนแคบมาก คนก็เยอะมาก ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด ทำให้พวกผมเลิกล้มความคิดที่จะมาเดินเล่นกันไปเลย เอาเป็นว่าจะหาที่ช็อปปิ้งที่กินแล้วก็อยู่แต่ห้องนอนก็พอ ก่อนอื่นเราไปสำรวจห้องคืนนี้กันดีกว่า

ล็อบบี้ โรงแรม Somerset

ห้องอาหารเช้า โรงแรม Somerset

ห้องนอน โรงแรม Somerset

ห้องน้ำ โรงแรม Somerset

จากนั้นเราก็ต้องไปหาอะไรใส่ท้อง ระหว่างที่เดินออกมานอกโรงแรมเราก็ไปเห็น Jazz Cafe เป็นร้านคาเฟ่สไตล์อิตาเลี่ยน พวกผมก็พุ่งเข้าไปลองดูกัน ผลคือผ่านรสชาติดีใช้ได้เลย ราคาก็พอรับได้ เมื่ออิ่มท้องแล้วก็เดินสายหาที่ใช้เงินกันต่อ แล้วก็กลับมาพักผ่อนที่ห้อง พรุ่งนี้ทางโรงแรมจะไปส่งที่สนามบินให้พวกผมมาเจอที่ล็อบบี้ตอน 9.00 น.

ตื่นนอน เก็บกระเป๋าเรียบร้อยก็ลงมาทานอาหารเช้า รสชาติใช้ได้ อาหารถึงแม้จะมีไม่เยอะแต่ก็หลากหลาย คุ้มค่าสมราคาจริงๆ

อาหารเช้า ที่ห้องอาหาร โรงแรม Somerset

อาหารเช้า ที่ห้องอาหาร โรงแรม Somerset

ถึงเวลาต้องกลับแล้วสินะ บ้ายบาย..มัลดีฟส์ เป็นที่ที่น้ำทะเลใสมากๆ เคยได้ยินว่าน้ำใสแต่ไม่คิดว่าจะใสได้ขนาดนี้ สมาชิกทุกคนต่างประทับใจ และพร้อมที่จะบันทึกทุกอย่างไว้ในความทรงจำ เจอกันใหม่ทริปหน้า แล้วแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวด้วยกันนะคร้าบ

ค่าใช้จ่าย

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ดอนเมือง-มัลดีฟส์ 5,190 บาท/คน
  • ค่าโหลดกระเป๋าไปกลับ 25 กิโลกรัม ทั้งหมด 1,640 บาท ตกคนละ 410 บาท
  • ที่พัก Thulhagiri Island & Resort แพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน Water Villa + All Inclusive + Transfer 22,000 บาท/คน
  • ที่พัก Somerset  1 คืน รวมอาหารเช้า+รถ+เรือรับส่ง ทั้งหมด 5,906 บาท ตกคนละ 1,477 บาท
  • ซิมอินเตอร์เน็ต 17 GB  ทั้งหมด 22 USD ตกคนละ 173 บาท (6 USD)
  • ค่าทิป ทั้งหมด 20 USD ตกคนละ 157 บาท (5 USD)
  • ค่าอาหาร 3 มื้อ ทั้งหมด 60 USD ตกคนละ 470 บาท (15 USD)

รวมทั้งหมด 29,877 บาท/คน

อัลบั้มรูป

Facebook Comments

You may also like...

Share69
Tweet
Pin
+1
69 Shares